Valve ปล่อยวิดีโอชำแหละดูเครื่องในตัวเครื่อง Steam Deck

Valve ปล่อยวิดีโอชำแหละดูเครื่องในตัวเครื่อง Steam Deck

หลังจากที่ได้ทำการเปิดให้สั่งซื้อ และทยอยปล่อยให้บรรดาผู้พัฒนาได้ทดลองตัวเครื่องกันไปแล้ว Valve ก็ได้ปล่อยวิดีโอถอดประกอบ Steam Deck ให้ได้เห็นกัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ (6 ต.ค. 2564) – Valve ได้ทำการปล่อยวิดีโอถอดประกอบตัวเครื่องของเครื่องเล่น (หรือคอมพิวเตอร์พกพา) Steam Deck ที่ซึ่งได้เปิดให้สั่งจองกันไปแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยวิดีโอดังกล่าวนั้นก็ได้ทำการแสดงให้เห็นว่าภายในของตัวเครื่องเล่นนี้มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

แต่จากตัววิดีโอแล้วนั้น 

ดูเหมือนว่าจะเป็นการถอดประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานไม่ควรทำอะไรกับตัวเครื่องเสียมากกว่า เนื่องชิ้นส่วนภายในของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างมีความเฉพาะตัวสูง และค่อนข้างอ่อนไหวต่อการถอดประกอบ ในเวลานี้ตัวเครื่องนั้นถูกออกแบบให้เป็นไปในแนวทางเครื่องเล่นแบบปิดเฉพาะตัว ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่สามารถปรับแต่งได้เต็มที่

ทั้งนี้แล้ว Valve ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สามารถทำการซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งในเวลานี้ชิ้นส่วนเดียวที่สามารถทำการเปลี่ยนได้โดยที่จะไม่ส่งผลทั้งทางตรง และทางอ้อมกับตัวเครื่องก็คือ Thumb Sticks ที่หากเกิดปัญหาขึ้น ผู้ใช้งานสามารถนำ Thumb Sticks ของบริษัทอื่น ๆ มาซ่อมแซมหรือเปลี่ยนได้

ในส่วนของชิ้นส่วนอื่น ๆ นั้น Valve “ไม่แนะนำ” ให้ทำการสลับเปลี่ยนแต่อย่างใด เนื่องจากชิ้นส่วนจากภายนอกนั้น มีความแตกต่างที่ส่งผลเสียต่อตัวเครื่องได้ ตัวอย่างก็เช่น SSD ที่ถึงแม้ว่าจะมีชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนหรือใช้งานแทนได้ แต่ก็ไม่แนะนำเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคเช่น ความต้องการพลังงาน และการรบกวนของอุปกรณ์มือที่สามเป็นต้น ดังนั้นแล้วหากคุณต้องการที่เพิ่มหน่วยความจำของเครื่องแล้วนั้น สามารถทำได้ง่ายโดยการใช้งานช่อง microSD

ตัวเครื่องนั้นมีวางขายใน 3 รุ่น 3 ราคาด้วยกัน ได้แก่ (64GB eMMC) – $399, (256GB NVMe SSD)  $529, และ (512GB NVMe SSD) $649 โดยยังไม่มีการเปิดให้สั่งจองในประเทศไทย และคิวสั่งซื้อในขณะนี้ก็ยาวไปจนถึงปี 2022 แล้ว

เคยเจอเหตุการณ์นี้ไหม เวลาคุยโทรศัพท์ต้องสวมหูฟังเพื่อกันเสียงรบกวนในที่สาธารณะ แต่กลายเป็นว่า เผลอพูดเสียงดังคนรอบข้างหันมามองเพราะกลัวว่าปลายสายจะไม่ได้ยิน Galaxy Buds2 ช่วยยกระดับประสบการณ์การสนทนาผ่านหูฟังไร้สายขึ้นไปอีกขั้นด้วยไมโครโฟน 3 ตัวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี VPU (Voice Pickup Unit) ทำหน้าที่ตรวจจับเสียงเวลาพูดและขจัดเสียงรบกวนในกรณีที่ไม่มีการพูด นอกจากนี้ยังมีโซลูชันแบบ Machine learning ที่สามารถเรียนรู้และจดจำ เพื่อเลือกกันเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างชาญฉลาด ช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงพูดชัดเจนมากยิ่งขึ้นแม้ว่าผู้พูดจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนมากแค่ไหนก็ตาม

Galaxy Buds2 ยังสามารถตั้งค่าควบคุมการใช้งานโดยการแตะที่ตัวหูฟังขณะสวมอยู่ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาได้อีกด้วย เช่น แตะหนึ่งครั้งเพื่อรับสายหรือหยุดเล่นเพลง แตะสองครั้งเพื่อปฎิเสธสายหรือเล่นเพลงถัดไป แตะสามครั้งเพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า และเลือกปรับแต่งการควบคุมการใช้งานด้วยการแตะค้างได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Auto Switch ใน Galaxy Buds2 ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับใช้งานหูฟังระหว่างกาแลคซี่ ดีไวซ์ได้ทันที เช่น ขณะที่กำลังสวมหูฟังเพื่อดูซีรีส์จากแท็บเล็ตอยู่แล้วมีสายเรียกเข้า Galaxy Buds2 จะสลับให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงจากสมาร์ทโฟนแทน และเมื่อวางสายแล้วหูฟังก็จะสลับกลับมาเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องตั้งค่าหรือเชื่อมต่อใหม่แต่อย่างใด

ดีไซน์สวยสวมสบาย กระชับหู พร้อมแบตอึดใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

โดยทั่วไปเวลาต้องใช้หูฟังเพื่อดูหนัง ฟังเพลง หรือประชุมครั้งนึงคงต้องใช้งานไม่ต่ำกว่า 15 นาทีแน่ๆ ยิ่งเทรนด์ในการสวมหูฟังไร้สายติดหูไว้ตลอดเวลากำลังเป็นที่นิยม ความสบายจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพราะถ้าได้เสียงทรงพลังแต่ต้องแลกกับเจ็บหูคงไม่ดีแน่ Galaxy Buds2 ถูกออกแบบมาให้สวมสบายด้วยน้ำหนักเบาเพียงข้างละ 5 กรัม พร้อมปลอกหูฟังซิลิโคนที่มีความอ่อนนุ่มยืดหยุ่น ดีไซน์โค้งมนรับใบหูไม่ร่วงหลุดง่าย โดยมีให้เลือกถึง 3 ขนาด และถ้าใครไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้ขนาดไหนให้เหมาะกับตนเองก็สามารถใช้ฟีเจอร์ ‘Earbud fit test’ ในแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable เพื่อทดสอบการสวมใส่ให้พอดีได้อีกด้วย

และเมื่อสวมหูฟังไร้สายได้อย่างเบาสบาย สวมติดหูได้ตลอดเวลาแล้ว อีกสิ่งที่ตามมาก็คือความอึดของแบตเตอรีที่ไม่ว่าจะออกจากบ้านไปทำอะไรหรือดูซีรีส์เรื่องยาวแค่ไหน หูฟังก็ต้องใช้งานได้ตลอดไม่มีขาดช่วง โดย Galaxy Buds2 มาพร้อมกับแบตเตอรีทรงพลัง สามารถฟังเพลงต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว เพียงชาร์จแค่ 5 นาทีก็ใช้งานได้ถึง 60 นาที! และยังใช้งานได้ยาวนานถึง 29 ชั่วโมง[4] เมื่อใช้ร่วมกับเคสที่ชาร์จไฟจนเต็ม

Galaxy Buds2 มาพร้อมตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Olive, Graphite และ Lavender วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 3,990 บาท ทาง Samsung Experience Store, samsung.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://bit.ly/3kQCxBZ

ซึ่งราคาจะเหลือเพียง 4,999 บาท พร้อมแถมฟรี! ของรางวัลสุดพิเศษสำหรับ ผู้ที่ซื้อ Infinix HOT 11S ในวันแรกเท่านั้น

เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> pokdengkings.com